ประโยชน์ของเขื่อนภูมิพล

  “...ปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าเพื่อการสาธารณูปโภค และการขยายการอุตสาหกรรมภายในประเทศเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดแก้ไขกันมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงสำหรับในพระนครและธนบุรี นอกจากที่ได้ซ่อมแซมเครื่องไฟฟ้าเดิมที่ถูกทำลายในสงครามแล้ว ได้มีการตั้งโรงไฟฟ้าดีเซลเพิ่มขึ้นตลอดเวลา โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โรงมหรสพและโรงแรมส่วนใหญ่ก็ต้องลงทุนจัดหาเครื่องดีเซลไฟฟ้าของตนเอง แม้กระนั้นกระแส ไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็หาพอไม่ อัตราค่ากระแสไฟฟ้า ก็ยังอยู่ในอัตราที่แพงมาก หากว่าการไฟฟ้าที่เป็นสาธารณประโยชน์ จะผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้เพียงพอในราคาที่ถูกกว่าเอกชนจะผลิตเองตามสมควรแล้ว บรรดาโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆก็จะพากันมาใช้กระแสไฟฟ้าที่มีราคาถูก โรงงานอุตสาหกรรมก็จะเพิ่มมากขึ้น และจะมีผู้ลงทุนในประเทศมากขึ้น เศรษฐกิจของประเทศก็จะดีขึ้นด้วย...”

ความตอนหนึ่งที่ตัดตอนมาจากคำกราบบังคมทูลของพลเอกสุรจิต จารุเศรณี รัฐมนตรีว่า การกระทรวงเกษตร ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2504 ที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของเขื่อนภูมิพลที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าได้ในรอบ 36 ปีที่ผ่านมา


พระราชดำรัส
เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนภูมิพล
วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2507

  ข้าพเจ้ามีความยินดี ที่ได้เห็นการก่อสร้างเขื่อนภูมิพลสำเร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะเปิดได้แล้ว

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงถึงการก่อสร้างเขื่อนนี้ และประโยชน์อันจะพึงได้รับทั้งในด้านพลังไฟฟ้า การเกษตร การคมนาคม และอื่นๆ นั้น น่าปิติยิ่งนัก แสดงให้เห็นว่า เขื่อนนี้สามารถอำนวยความผาสุกสมบูรณ์ ให้บังเกิดแก่ประชาชนอย่างใหญ่หลวงนับเป็นงานสำคัญอย่างยิ่งในโครงการทะนุบำรุงบ้านเมือง ให้มีความเจริญก้าวหน้า

ปรากฏว่า เขื่อนนี้สามารถกักน้ำฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง ช่วยป้องกันอุทกภัยไปในตัว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2506 เป็นต้นมา แม้จะมีพายุไต้ฝุ่นนำฝนเข้ามาในประเทศไทย เขื่อนนี้ก็ยังกักน้ำฝนที่ไหลบ่าลงมาเป็นภัยแก่ราษฎรไว้ได้ แล้วระบายออกให้ใช้เป็นประโยชน์ในฤดูแล้งทั้งนี้ เป็นการแสดงให้ประจักษ์เป็นอย่างดีมาแล้ว


ความสำเร็จที่เห็นอยู่นี้ปรากฏขึ้นได้ ก็เพราะทางราชการได้เล็งเห็นการณ์ไกล ประกอบด้วยบรรดาเจ้าหน้าที่มีความสามารถอย่างดียิ่ง ตั้งใจดำเนินมาจนเป็นสำเร็จเรียบร้อย และก่อนหน้าที่จะวางโครงสร้างเขื่อนนี้ กรมชลประทาน ก็ได้ตระเตรียมการเก็บสถิติในเรื่องน้ำมาแล้วเป็นเวลานานปี ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ขอบใจ และชมเชยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้ใหญ่ตลอดจนถึงผู้น้อยที่ได้ร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานของกรมชลประทาน ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งในการก่อสร้างนี้

ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดเขื่อนภูมิพล ขอให้เขื่อนนี้จงสถิตสถาพร อำนวยความสุขความเจริญแก่อาณาประชาราษฎรสมดังปณิธานทุกประการ




“ในหลวงท่านทรงสนพระทัยการก่อสร้างเขื่อนภูมิพล เพราะในยุคนั้นนับได้ว่าเป็นเขื่อนต้นในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งพระองค์ท่านได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เขื่อนแห่งนี้ด้วย... นับจากจุดนี้ ผู้ว่าการได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านสมัยก่อสร้างเขื่อนแต่ครั้งนั้นเป็นการเข้าเฝ้าในงาน มาระยะหลังได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด ในขณะที่พระองค์ท่านเสด็จฯมาเยี่ยมเยียนพสกนิกรชาวไทยภาคเหนือ จากนั้นพระอง๕ท่าน ได้เสด็จฯ มาประทับแรมที่เขื่อนภูมิพล ซึ่งเราได้สร้างพระตำหนักถวาย พระองค์ท่าน นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้ว่าการได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ พระตำหนักแห่งนี้ ยังใช้เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่สำคัญ ๆ อาทิ สมเด็จพระราชินีนาถ
อลิซาเบ็ธ แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ และที่นับว่าเป็นความปลื้มปิติยินดีอย่างยิ่ง แก่เราชาว กฟผ. คือ สมเด็จย่า ทรงโปรดใช้สถานที่แห่งนี้มากที่สุด ซึ่งนับว่าชาว กฟผ. โชคดีมากที่ได้เข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิดสมเด็จย่าอีกพระองค์หนึ่ง และพระองค์ทรงมีเมตตาต่อเราชาว กฟผ. ทุกคน

.....มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ครั้งหนึ่ง ยังจำได้อยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ คือในคราวที่ในหลวงท่านเสด็จฯ ที่เขื่อนภูมิพล เวลานั้นมืดแล้ว ฝนตกหนัก ผู้ว่าการใจเต้นระทึกนึกอยู่ในใจว่า “ไฟอย่าดับนะ” ทันทีที่พระองค์ท่านเสด็จฯ มายังโต๊ะเสวยเท่านั้น ไฟฟ้าก็ดับไปในทันใด ผู้ว่าการแทบเป็นลม ร้อยวันพันปีไม่ดับ มาดับวันนี้ แต่ก็ยังใจชื้นอยู่คือ บริเวณอื่นไฟยังสว่างอยู่ มารู้ว่าเหตุที่ไฟดับก็เพราะว่าคนเอาแขนไปถูกสวิทซ์ไฟ แต่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตา

ในหลวงท่านทรงอัจฉริยะในเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ พระองค์ท่านทรงสนพระทัยในเรื่องนี้มาก ส่วนเรื่องไฟฟ้า พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกร ผู้ใช้น้ำมากกว่า สำหรับการสร้างเขื่อนนั้น ทรงสนพระทัยเขื่อนเล็ก เพราะทรงเห็นว่าเขื่อนใหญ่เป็นหน้าที่ของ กฟผ. อยู่แล้ว ที่จะสร้างเพื่อสนองความต้องการของประชาชนผู้ใช้ไฟ ลงทุนสร้างก็ได้เงินกำไรกลับมา แต่เขื่อนเล็กไม่มีใครลงทุนสร้าง เพราะสร้างแล้วไม่มีรายได้ พระองค์ท่านจึงมีพระราชดำริให้ กฟผ. มีส่วนร่วมในการสร้างเขื่อนเล็ก เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าบ้าง เนื่องจากทรงไว้วางพระทัยและเชื่อมั่นว่า กฟผ. สามารถสนองพระราชดำริของพระองค์ได้ ทั้งนี้เพื่อให้พสกนิกรได้ใช้น้ำ เพื่อการเกษตรกรรม พัฒนาอาชีพ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ชนบท นอกจากนี้ยังได้ใช้ไฟฟ้าอีกด้วย ยังความปลื้มปิติ แก่อาณาประชาราษฎร์ ในพื้นที่เหล่านั้นเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ในหลวงทรงมีอัจฉริยภาพเป็นเลิศในทุกเรื่อง อาทิ ทรงดนตรี ทรงวาดรูป เป็นต้น ผู้ว่าการสังเกตว่า เวลาที่พระองค์ท่านทรงสนพระทัยงานอย่างใดอย่างหนึ่ง พระองค์ท่านจะไม่ละทิ้ง จะติดตามศึกษาอย่างต่อเนื่องลึกซึ้งมาก ตัวอย่างเช่น ในคราวที่พระองค์ท่านทรงสนพระทัย เรื่องระบบการสื่อสาร พระองค์ท่านทรงศึกษาจนกระทั่งเก่งกว่าเรา ชาว กฟผ. มาก เพราะเมื่อพระองค์ท่าน ทำอะไรแล้ว จะทำอย่างจริงจัง

ผู้ว่าการมีความประทับใจ ในหลวงที่พระองค์ท่าน ทรงไว้วางพระทัย และเชื่อมั่นในการทำงานของ กฟผ. ว่าจะสนองตอบพระราชดำริ ของพระองค์ท่านได้ นอกจากนี้ พระองค์ท่าน ทรงมีพระกรุณาต่อชาว กฟผ. ตลอดมา โดยได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดเขื่อน โรงไฟฟ้า และกิจการของ กฟผ. อีกหลายประการ เราจึงได้มีโอกาสเข้าเฝ้า ฯ ใกล้ชิด พระองค์ท่านทรงมีเมตตา ต่อชาว กฟผ. มาก สังเกตจากแววพระเนตรและเวลาที่ทรงพระสรวล เพียงเท่านี้ พวกเราก็ชื่นใจ

ความประทับใจที่นับว่าสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือ ในหลวงทรงมีพระเมตตากรุณาต่อพสกนิกรทุกหมูเหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ด้อยโอกาส ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ดังนั้นการที่จะสนองพระคุณของพระองค์ท่าน ได้คือ ปฏิบัติตามนโยบายของพระองค์ท่าน พระองค์ท่านจะไม่ทรงโปรดหากใครไปแสดงอำนาจบาตรใหญ่ตอประชาชนของพระองค์ท่าน ดังนั้น เราต้องปฏิบัติตน ดังเช่นพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน เพราะเรารักในหลวงของเรา”


นายเกษม จาติกวณิช
อดีตผู้ว่าการ กฟผ.

เขื่อนภูมิพลได้ก่อให้เกิดประโยชน์ และการพัฒนาต่าง ๆ มากมายสมคำกล่าว ดังนี้

ด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า ปัจจุบัน เขื่อนภูมิพลมีกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด 737.5 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1,062 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ช่วง 36 ปีที่ผ่านมา เขื่อนภูมิพลสามารถผลิตไฟฟ้าได้ทั้งหมด 41,982 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ต่อปี คิดเป็นเงินที่ทดแทนการนำเข้า จากน้ำมันเตาได้ 33,670 ล้านบาท

ด้านชลประทาน สามารถปล่อยน้ำไปช่วยราษฎรในพื้นที่จังหวัด ตาก กำแพงเพชร และบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งสองข้างทาง รวมเนื้อที่ประมาณ 7.5 ล้านไร่ ให้มีการชลประทานที่ดี สามารถเพิ่มผลผลิตได้

บรรเทาอุทกภัย อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝน ที่ตกในช่วงฤดูฝนได้เป็นจำนวนมาก ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลบ่าลงสู่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ช่วยบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นได้


ด้านการประมง ราษฎรในพื้นที่ สามารถมีอาชีพ เสริมด้านการประมงได้ เป็นอย่างดี ในรอบ 36 ปีที่ผ่านมา ราษฎรในท้องถิ่น สามารถจับปลาได้ทั้งสิ้น 25 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 160 ล้านบาท

ด้านการท่องเที่ยว เขื่อนภูมิพลมีทัศนียภาพที่งดงาม มีสวนน้ำพระทัยและสวนเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งมีเรือนรับรอง สำหรับพักแรม อย่างมีระดับและราคาเป็นกันเอง จึงเป็นที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ของจังหวัดตาก มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมปีละประมาณ 160,000 คน ในรอบ 36 ปี มีผู้เยี่ยมชมทั้งสิ้นประมาณ 4.1 ล้านคน ก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นประมาณ 800 กว่าล้านบาท


เขื่อนภูมิพลนับเป็นจุดเริ่มต้น ของการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคง และยังคงสร้างประโยชน์นานับปการจวบจนทุกวันนี้